|
เขียนโดย food4change
|
|
วันพุธที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๘:%M น. |
"... ในฐานะที่เป็นชนชั้นกลาง ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ชักชวนผู้บริโภคซึ่งเป็นชนชั้นกลางเหมือน กันให้หันมาร่วมกันสร้างทางเลือกในการ “บริโภคเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม” ตามสมัยนิยม ขณะที่ในอีกด้านหนึ่งก็ชวนให้ผู้อ่านมองไกลไปกว่าเรื่องการรักษ์โลกและรักสุขภาพของตนเอง แต่ให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของผู้คน และกลไกต่าง ๆ ในสังคมที่กำหนดความสัมพันธ์เหล่านั้น ผ่านเมนูอาหารนานาชนิดที่เลือกสรรมานำเสนอ "
How to cook เรียนในจาน
สำนักพิมพ์ ฉลาดซื้อ
ผู้แต่ง นิมล
|
|
|
เขียนโดย ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ โดย ชนิตสิรี ไกรฤกษ์
|
|
วันศุกร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๘:%M น. |
ภาพของน้ำตาลในความรู้สึกของผู้คนทั่วไปคือความหวานสดชื่นแต่หากย้อนดูไปในประวัติศาสตร์โลก หลังจากที่โลกค้นพบความหวานจากน้ำตาลแทนน้ำผึ้ง น้ำตาลก็กลายเป็นความหวานที่มีอานุภาพรุนแรงมากกว่าที่เคยรู้มา
ดังเช่นเรื่องราวในหนังสือเรื่อง น้ำตาลเปลี่ยนโลก Sugar Changed The World จากสำนักพิมพ์มติชน มาร์ค แอรอนสัน และ มาริน่า บูโดส เขียน แปลโดย วิลาสินี เดอเบส ที่เผยเรื่องราวเส้นทางของน้ำตาลในประวัติศาสตร์โลก ให้คนรุ่นหลังได้มองลึกลงไปว่า ภายใต้ความหวานนั้นได้ซ่อนเรื่องราวอันขมขื่น การสูญเสีย การแย่งชิง ทาส พิธีกรรม ฯลฯ โดยมีน้ำตาลเป็นตัวแปรสำคัญ
|
|
เขียนโดย สำนักพิมพ์ openworlds
|
|
วันพุธที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๒:%M น. |
|
“…อาหารคือรากแห่งอารยธรรมทั้งปวง ปราศจากอาหาร อารยธรรมไม่อาจเกิดขึ้นได้ แต่เมื่อมนุษย์วิวัฒนาการขึ้นมาได้เพราะอาหารแล้ว ชั้นต่อมาเราจะพบว่ามนุษย์ได้นำอาหารมาใช้ในแง่มุมอื่นๆ อย่างกว้างขวางมาก เช่น ใช้เป็นเครื่องมือทางการทหาร เครื่องมือแห่งการต่อสู้ทางอุดมการณ์ หรือแม้กระทั่งเครื่องมือในการโกหกหลอกลวงในระดับชาติและระดับโลก พูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่า มนุษย์ได้ใช้อาหารในการทำลายกันและกันอย่างสาหัสด้วย
|
|
|
เขียนโดย แก้วตา ธัมอิน
|
|
วันจันทร์ที่ ๐๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๕:%M น. |
|
หัวเรื่องที่เห็นน่าจะเป็นคำอธิบายที่ตรงไปตรงมาที่สุดของหนังสือเล่มนี้ In defense of food เขียนโดย Michael Pollan แปลเป็นไทยโดย คณิตสรณ์ สัมฤทธิ์เดชขจร ในชื่อ “แถลงการนักกิน” แต่ถ้าไม่ขยายความสักหน่อยก็ฟังดูชวนปวดหัวเกินไป ก็ที่กินๆ กันอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่อาหาร แล้วจะเป็นอะไร
เราคงต้องมาตกลงกับตัวเองชัดๆ สักทีกระมังว่าทุกวันนี้เราสนใจจะกินอาหาร หรือสารอาหาร มากกว่ากันแน่ แล้วที่เรากินเข้าไปนั้นมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเรียกว่าอาหารหรือไม่ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เมื่อเราไปซื้ออาหารในห้างสรรพสินค้าก็ลองอ่านฉลาก ดูว่าสิ่งที่เรากำลังจะกินเข้าไปนั้นมันประกอบขึ้นด้วยอะไรบ้าง ถ้ามีรายนามที่เราอ่านแล้ว นึกภาพไม่ออกว่ามันคืออะไร ก็ไม่ควรมั่นใจว่านั่นเหมาะที่จะเป็นเป็นอาหารของเรา
|
|
เขียนโดย food4change
|
|
วันจันทร์ที่ ๐๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:%M น. |
|
จากอาหารเป็นสารอาหาร
หากคุณเคยเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตในยุค 80 คุณคงเคยเห็นปรากฎการณ์ประหลาดอย่างหนึ่งที่อาหารค่อยๆ ทยอยหายไปจากชั้น หายในที่นี้ไม่ได้หมายถึงหายเกลี้ยงแบบที่เกิดในโซเวียตยุคอาหารขาดแคลนนะ ครับ ของกินที่บรรจุห่อ ถุง หรือกล่องยังมีจำหน่ายแน่นชั้นและช่องแช่แข็งทั้งปีดีอยู่ ผมหมายถึงอาหารเดิมที่เราเคยพบเห็นทุกเมื่อเชื่อวันต่างหากที่ถูก “สารอาหาร” แย่งที่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก่อนอาหารที่เราเคยคุ้นชื่อ จะไข่ก็ดี ซีเรียลก็ดี ของกินเล่นก็ดี ล้วนมีให้เห็นเกลื่อนชั้นในบรรจุภัณฑ์สีสันสวยสด
|
|
|
|
|
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 ถัดไป > สุดท้าย >>
|
|
หน้า 1 จาก 3 |