| เลือดเนื้อของคน ผลิตผลจากอาหาร |
|
|
|
| เขียนโดย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร |
| วันจันทร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๑๔:%M น. |
|
วันนี้เราอยากให้คุณได้เห็นถึงบางมุมของวิถีชีวิตผู้คนที่คอยหาอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงคนไทยและอีกหลายคนบนโลก ผ่านวิถีชีวิตของชาวประมงและแรงงานผู้อยู่เบื้องหลังการแสวงหาอาหารจำนวนมาก ที่บางครั้งต้องแลกด้วยหยาดน้ำตาและเลือดเนื้อของคนเพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตผลจากอาหาร มะรอนิง สาเละ ชาวประมงพื้นบ้าน จ. ปัตตานี เล่าถึงวิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้านในอ่าวปัตตานีและอ่าวไทยที่กว่าจะได้อาหารทะเลมาบริโภคและมาขายให้กับหลายคนได้ทานว่า เมื่อก่อนนั้นอ่าวปัตตานีและอ่าวไทยเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ หล่อเลี้ยงคนรอบอ่าวเป็นหมื่น ๆ คน และยังกระจายไปทั่วประเทศจนถึงประเทศเพื่อนบ้าน ชาวบ้านทำการประมงแบบเรียบง่ายและพอเพียงใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในการทำเครื่องมือประมง เช่น อูแย (บ้านปลา) หรือปะการังเทียมเพื่อให้ปลาเข้ามาอยู่และทำการจับปลาในเวลาต่อมา ชาวบ้านออกทะเลตามฤดูกาล อาศัยลมและอาศัยจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงเป็นตัวนำทางและกำหนดเครื่องมือที่เหมาะสมต่อการจังปลา วิถีการออกทะเลในลักษณะนี้ชาวบ้านอยู่ได้โดยไม่มีปัญหา ใครขยันก็ทำไปใครขี้เกียจก็หยุดไป เพราะพรุ่งนี้ยังมีปลาให้จับ ทว่า ในปัจจุบันทรัพยากรในทะเลลดน้อยลง จากการทำลายสิ่งแวดล้อมและทำประมงเชิงพาณิชย์ ใช้อวนลากอวนรุนขนาดใหญ่แทนการทำประมงแบบดั้งเดิม รายได้จากการทำประมงพื้นบ้านลดลง การมีอวนลอยอย่างเดียวไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ชาวบ้านต้องมีเครื่องมือประมงอย่างน้อย 2-3 ชนิดและต้องเพิ่มเวลาทำงานมากขึ้น บางครั้งต้องออกทะเลทั้งกลางคืนและกลางวัน เพราะกว่าชาวบ้านจับปลาได้100กิโลกรัมต้องใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ ในขณะที่อวนรุนอวนลากของเรือประมงพาณิชย์เข้ามาแค่พริบตาได้ปลาเป็นตัน “ทุกวันนี้ชาวประมงออกไปหาปลาด้วยความยากลำบากกว่าจะได้ปู ปลาให้พวกเราได้กิน ต้องต่อสู้กับนายทุน ต้องต่อสู้กับเรือประมงพาณิชย์ ต่อสู้กับภัยธรรมชาติ ไปวางอวนปูแล้วกลับมาที่บ้านกับครอบครัว ตื่นเช้าไปเก็บอวนก็หายไปหมดกับอวนรุนอวนลากลากไปกินหมด แต่ก็ไม่สามารถเอาผิดกับใครได้ เพราะไม่รู้ว่าเรือลำใดทำลายเครื่องมือของพวกเขา ชาวประมงพื้นบ้านบางส่วนยังคงทำมาหากินต่อไป เพราะ ชาวบ้านจับปลาด้วยความรัก เคารพและผูกพันกับพื้นที่ เพราะพื้นที่อ่าวคือหม้อข้าวของพวกเขา” มะรอนิงเชื่อว่าอ่าวไทยและอ่าวปัตตานี คือเลือดเนื้อและวิญญาณและเชื่อว่าไม่ใช่คนรอบอ่าวเท่านั้นที่จะเดือดร้อน หากคนที่กินอาหารก็เดือดร้อนไปด้วย และโอกาสที่อ่าวปัตตานีจะตื้นเขินหรือเหือดแห้งลงจนกลายเป็นบึงนั้นมีโอกาสสูงมากเพราะมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้ปากอ่าวปัตตานีแคบลงทุกปี เช่น การถมทะเลเพื่อสร้างโรงงาน และการทำท่าเทียบเรือ สุดท้ายคงจะไม่มีใครรู้ว่ากว่าจะได้ปลาหรืออาหารทะเลนั้นมันยากลำบากเพียงใดนอกจากชาวประมงเอง เรื่องราวที่กล่าวมาในข้างต้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการประมงพาณิชย์ เป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างรายได้จำนวนมากให้แก่ประเทศไทย เป็นคลังเสบียงอาหารให้กับคนไทยและคนต่างประเทศจำนวนมากด้วยเช่นกัน การขยายตัวของอุตสาหกรรมดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการจำนวนแรงงานเพิ่มขึ้น ทั้งแรงงานในพื้นที่(คนไทย) และแรงงานข้ามชาติ แต่ในกว่าสิบปีที่ผ่านมาเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนแรงงานและไม่เพียงพอต่อความต้องการจึงทำให้เกิดขบวนการค้าแรงงาน ค้ามนุษย์ ผ่านนายหน้าซึ่งคอยจัดหาแรงงานเพื่อป้อนเข้าสู่เรือประมงอย่างผิดกฎหมาย เช่น การล่อลวง ลักพาตัว บังคับให้ทำงานใช้หนี้ การบังคับข่มขู่ให้ต้องทำงานโดยใช้ความรุนแรง การเอาเปรียบค่าจ้างค่าแรงงาน ลูกเรือประมงจำนวนมากยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องประสบชะตากรรมอะไรบ้างบนเรือประมง และบางคนต้องทนรับชะตากรรมอย่างเลือกไม่ได้ ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักแปลผู้สนใจในปัญหาแรงงานโดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอุตสาหกรรมอาหารต่าง ๆ ให้ความเห็นว่าแรงงานข้ามชาติทั้งในอดีตและปัจจุบันเกิดมาจากการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมระหว่างพื้นที่/ประเทศ การกระจายความมั่งคั่งที่ไม่เท่าเทียมทำให้บางพื้นที่/ประเทศมีความยากจน ไม่มีงานทำ ขาดทรัพยากร นำไปสู่การเกิดแรงงานล้นเกินขึ้นมา (คือคนในวัยแรงงานไม่มีงานทำ) แรงงานเหล่านี้ก็เลยต้องอพยพออกไปหางานทำในพื้นที่/ประเทศที่มีการพัฒนามากกว่า ส่งผลให้ค่าแรงในพื้นที่นั้น ๆ ลดลง คนงานมีอำนาจต่อรองน้อยลง (เพราะต้องแย่งชิงงานกัน) ระบบทุนนิยมก็สามารถขูดรีดเพื่อสะสมทุนได้มากขึ้น ยิ่งในปัจจุบัน ทุนสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้อย่างเสรี ในขณะที่แรงงานไม่สามารถทำได้แบบทุน แรงงานข้ามชาติจึงถูกเอาเปรียบมาก เพราะพวกเขาไม่มีสิทธิตามกฎหมาย ไม่ได้รับการคุ้มครอง และไม่สามารถรวมตัวต่อรองกับปัญหาที่ต้องเผชิญได้
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)จึงขอเชิญชวนผู้สนใจในประเด็นดังกล่าวเข้าร่วมเสวนาโต๊ะกลม ในหัวข้อ “เลือดเนื้อของคน- ผลิตผลจากอาหาร” อันเป็นหนึ่งในกิจกรรมอันหลากหลายของการประชุมประจำปีทางมานุษยวิทยา ซึ่งจัดโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ผู้สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sac.or.th หรือ ติดต่อคุณ ศิวัช นนทะวงษ์ 0-28809429 ต่อ 3811
|