| เมนูโปรด No. 4 : แกงเขียวหวานหมูกับขนมจีน |
|
|
|
| เขียนโดย นิมล ไปทีชอบที่ชอบ |
| วันอังคารที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๑:%M น. |
|
แล้วเช้านี้ก็ได้สวัสดีกับแสงแดดที่แผดจ้าอย่างเต็มที่สักที หลังจากที่มีฝนตกปรอยๆ สลับกับตกหนักซู่ๆ ซ่าๆ มาเสียหายวัน 2 – 3 วันมาแล้วที่ นังแจ๋วแหว๋ว หมาแม่ลูกอ่อน ของแม่มันส่ออาการหงุดหงิด แล้วตั้งท่าจะเร่กัดคนที่มาซื้อหนังสือพิมพ์ที่บ้านแบบไม่เลือกหน้า ไม่ว่าลูกค้าหนังสือพิมพ์คนนั้นของแม่จะเป็นลูกค้าเก่าขาประจำ หรือขาจรก็ตาม จนแม่ต้องตัดสินใจปิดประตูบ้านขายหนังสือที่หน้าแผง จนลูกค้าหลายรายงงงัน กับเหตุผลของแม่ว่าไม่อยากล่ามมันให้เครียดและรังแต่จะก้าวร้าวยิ่งกว่าเดิม ครั้นพอสบโอกาสเหมาะตอนที่นังแจ๋วแหว๋วออกไปหลังบ้านเพื่อตระเวนหาที่ขุดหลุมพาลูกออกไปนอกบ้าน ฉันกับแม่เลยได้พาลูกหมาทั้ง 5 ของมันมายังทำเลใหม่ ใต้เตียงไม้หลังโต๊ะที่ทำงานของฉันซึ่งโอ่โถงกว้างขวางกว่าใต้เก้าอี้ไม้ตัวที่วางใกล้ประตูหน้าร้านเป็นไหนๆ
แต่ปัญหาประจำวันของแม่ใช่จะหมดแค่เรื่องหมาๆ ยังมีปัญหาเล็กๆ ซ้ำซากที่เกิดขึ้นมาแล้วคลี่คลายไปได้ในแต่ละวัน แค่ละคราว “วันนี้กินไรดี” คำถามที่บางทีฉันก็จะมีหรือนึกขึ้นได้ แต่บางครั้งก็บุ้ยใบ้ว่าแล้วแต่แม่ ราวกับว่าไงว่าตามกันซะอย่างนั้น วันนี้ฉันไม่มีคำตอบให้แม่ แม่คว้าร่มเดินหายไปทางตลาดพักใหญ่ กลับมาพร้อม ขนมครก เต้าหู้ทอด ปลาตะเพียน หมู มะพร้าวขูด มะเขือเปาะ มะเขือพวง พริกแกงเขียวหวาน และเส้นขนมจีน เดินผ่านฉันไปพร้อมแจงเมนูประจำวันว่า “กินขนมจีนแกงเขียวหวานละกัน” การตระเวนหาเครื่องปรุงของแม่ยังไม่สิ้นสุดหลังจากไปจ่ายตลาด แม่ถามซิ้ม สาววัย 30 ต้น เมียนายตำรวจชั้นผู้น้อยที่อยู่แฟล็ตตำรวจฝั่งตรงข้ามบ้านว่ามีโหระพาไหม ทั้งตลาดไม่มีโหระพาขาย ซิ้มว่าให้ไปเด็ดที่หน้าบ้านอีกหลังที่อยู่ถัดไป หรือไม่แถวๆ ข้างที่ว่าการอำเภอนั่นก็มีเป็นดงเหลือเฟือ แม่แกงเขียวหวานแบบง่ายๆ คั้นมะพร้าวขูดได้กะทิ แยกหัวแยกหางไว้คนละส่วน แล้วตั้งกระทะ เอาพริกแกงเขียวหวานผัดกับน้ำมันพืชจนหอม จากนั้นตักหางกะทิลงในกระทะสัก 3 ทัพพี คลุกเคล้าให้เข้ากันผักสักครู่หนึ่งแล้วใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้สุก ให้พริกแกงกับเนื้อหมูเข้าเครื่องซึมถึงกันดี จึงเติมหางกะทิลงไปจดหมดถ้วย ระหว่างรอให้เดือดเติมน้ำปลา และน้ำตาลทราย เมื่อน้ำแกงเดือดดีแล้วใส่ผัก มะเขือพวง มะเขือเปาะ พริกใหญ่หั่น(แกะเม็ดออก) กระชายหั่นฝอย และใบมะกรูดฉีก จนน้ำแกงเดือดอีกทีใส่หัวกะทิลงไป ชิมรสอีกทีแล้วปรุงตามชอบ พอน้ำแกงเดือดก็ ใส่ใบโหระพาโปะหน้าปิดเตาเป็นอันเสร็จสิ้นการปรุง จำได้ว่าสมัยที่ฉันยังกินเนื้อวัวอยู่ แกงเขียวหวานเนื้อเป็นที่โปรดปรานที่สุดในบรรดาแกงเขียวหวานทั้งปวง เนื้อที่จะเอามาแกงอร่อยตามที่ฉันชอบนั้นเป็นเศษเนื้อ ซึ่งต้องเอามาเคี่ยวในน้ำแกงจนเปื่อยเสียก่อนก่อนจึงใส่ผักและหัวกะทิ กินกับโรตีแผ่นแบบจืดๆ ก็อร่อยไม่แพ้กินกับขนมจีน แกงเขียวหวานจัดเป็นเมนูโปรดที่ได้กินทุกเดือน มีอยู่ครั้งที่แม่เบื่ออาหารจัด แล้วนึกทำเมนูแกงเขียวหวานภาคพิสดาร ที่ว่าพิสดารก็คือ แทนที่จะแกงเขียวหวานตามปกติอย่างที่ว่ามาข้างต้น แม่ก็ขยำมะขามเปียก 2 ฝักลงในน้ำขลุกขลิกแล้วเอาแต่น้ำมาหยอดลงในน้ำแกง อยากกินแกงเขียว(เปรี้ยว)หวาน ซะงั้นแหละแม่ฉัน มันก็อร่อยแปลกดีอ่ะนะ แต่หลังจากที่ฉันกับแม่ได้ลองกินแกงเขียวหวานแบบเมนูพิเศษเที่ยวนั้นแล้ว แม่ก็ยังไม่ทำสูตรใหม่นั้นซ้ำอีกเลย (ฮา)
มะพร้าวขูดคั้นกะทิ แม่ว่าซื้อมา 10 บาท เอ.. แล้วมันกี่ขีดหว่า? สัก 2 ขีดครึ่งละมั๊ง
ผักที่ใช้แกง ล้างผัก แล้วหั่นผักแช่น้ำไว้สักครู่ สงผักขึ้นไว้ในกระชนให้สะเด็ดน้ำ โหระพาที่แม่ไปเด็ดมาที่ข้างที่ว่าการอำเภอ พริกแกง 10 บาท น่าจะสัก 1 ขีด แบ่งใช้แค่ครึ่งถุง แม่ว่าถ้าใช้หมดนี่เผ็ดไป ในหม้อนั่นหางกะทิ ส่วนในชามใบเล็กเป็นหัวกะทิ ตั้งไฟกลาง เทน้ำมันลงกระทะจนร้อน แล้วใส่พริกแกงเขียวหวานลงไปผัด จนเหลืองหอม ใส่หางกะทิ 3 ทัพพี ใส่ครบแล้ว 3 ทัพพี ประมาณนี้ เอาหมูลงไปผัด คลุกเคล้าให้ทั่ว เติมน้ำปลา ใส่หางกะทิจดหมอ เติมน้ำตาลทราย เกือบๆ 1 ช้อนโต๊ะ ปล่อยให้เดือดสักพัก ใส่ผักลงไปพร้อมกันทั้งหมด จนน้ำแกงเดือดแล้วใส่หัวกะทิลงไปจนหมด คนเบาๆ ให้เนื้อ - น้ำ เข้ากัน ปล่อยให้เดือด ระหว่างนี้ปรุงรสอีกทีตามชอบ ได้ที่แล้ว ใส่ใบโหระพา ปิดเตาไฟ เสร็จแล้ว รอกินกับขนมจีน |
แต่ก่อนเป้นสำใส ่เป้นแผลและมีอา กรของโรคกระ...">
แต่ก่อนเป้นสำใส ่เป้นแผลและมีอา กรของโรคกระ...
์">
ขอบคุณ
์
ความคิดเห็น
RSS feed for comments to this post.