|
โดย วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี
G : ภาวะโลกร้อนกระทบต่อเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์อย่างไร?
จากการศึกษาที่เป็นการประมวลกันทั้งนักวิชาการและชาวบ้าน โลกร้อนมีผลกระทบใหญ่ๆ อยู่ ๓ อย่างในทางปฏิบัติ อันแรกมันร้อนขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น ผลกระทบต่อเรื่องข้าวทั้งอินทรีย์และไม่อินทรีย์คือ หนึ่ง.เกสรข้าวจะติดน้อยลง ยิ่งประเทศร้อนๆ ยิ่งแย่ลง ประเทศหนาวจะดีกว่า เพราะการผสมเกษตรอุณหภูมิต้องพอดี อาศัยช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงเอง หากร้อนข้าวจะลีบ ติดผลน้อย
สอง.คาดการณ์ว่าน้ำฝนจะแปรปรวน สถิติก็ชัดเจน ช่วง ๒๐ ปีของเมืองไทยเจออุทกภัยมากยิ่งขึ้น ปีนี้ชัดเจนเลย และแล้งมากขึ้นด้วย เขาระดมนักวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศจากหลายมหาวิทยาลัย มาทำแบบจำลองว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร โดยสรุปคือ มันจะแย่ลง
อีกสิ่งที่เชื่อมโยงกันคือ สาม.โรคระบาด โรคที่เราไม่คิดว่าจะเจอก็เจอ เช่น เพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง ในทางวิชาการพวกเรียนเกษตรถูกสอนว่า มันสำปะหลังเป็นพืชในอุดมคติ เจอแล้งไม่เป็นไร เจอฝนมันโต แมลงไม่มีโรคไม่มี แต่ในที่สุดโลกร้อนทำลายเสียหายไป ๒๐-๓๐% แล้ว
อีกบางตัวอย่างเช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พอเจอแล้งมันไปกันใหญ่ ที่ระบาดไปหลายล้านไร่ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล วัฎจักรมันคือ ๑๐ ปีจะเกิดขึ้นทีหนึ่ง ตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ปี ๒๕๓๒ ปี ๒๕๔๓-๔๔ และเมื่อปีที่แล้ว ผมเตือนเลย แต่เราไม่ได้เตรียมตัว เตรียมแต่สารเคมี ยิ่งฉีดยิ่งระบาด พอเจออากาศร้อนยิ่งไปกันใหญ่
G : เกษตรอินทรีย์ป้องกันหรือลดภาวะโรคร้อนได้อย่างไร?
ถ้ามาประมวลกันแล้วบอกว่า เกษตรอินทรีย์มันป้องกันโรคร้อนและต่อสู้กับโรคร้อนได้อย่างไร มีข้อสรุปอยู่ ๗ ข้อ มี ๕ ข้อ ที่มันทำให้ลดภาวะโลกร้อน
ข้อหนึ่ง.เกษตรอินทรีย์เน้นการสร้างอินทรีย์วัตถุ หรือคาร์บอนไดออกไซต์นั่นเอง มันเก็บมาอยู่ในดินเสีย ฉะนั้นมันไม่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
ข้อสอง.เกษตรอินทร์ไม่ได้ใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งพอเราใช้ไปแล้วจะเกิดก๊าซชนิดหนึ่งคือ ก๊าซไนตรัสออกไซต์ มันร้ายกว่าคาร์บอนไดออกไซต์ ๓๐๐ เท่า การทำเกษตรอินทรีย์จึงลดก๊าซไนตรัสออกไซต์
ข้อสาม.ไม่มีการเผาตอซัง มันลดคาร์บอนไดออกไซต์ ลดสารพัด เป็นการรักษาดิน รักษาน้ำในดิน และลดการฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อย
ข้อสี่.ไม่ต้องใช้พลังงานเพื่อผลิตปุ๋ย อย่างปุ๋ยไนโตรเจนทำมาจากก๊าซธรรมชาติ แล้วใช้ดีเซลเป็นพลังงาน ๑๐๐% ของปุ๋ยยูเรียมาจากน้ำมันทั้งสิ้น ยิ่งทำให้โลกร้อน
ข้อห้า.เกษตรอินทรีย์ไม่มีการทำผลิตอย่างเดียว ฉะนั้นมันหลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์จำนวนมาก ซึ่งไปปล่อยก๊าซมีเทนสารพัด เป็นปัญหาใหญ่มาก เมืองไทยมีกลุ่มหนึ่งส่งเสริมพัฒนาให้ทำเกษตรแบบนี้
แล้วเกษตรอินทรีย์จะสู้โลกร้อนได้อย่างไร ก็พยายามสู้กัน ประเทศรวยก็ไม่ยอมลดเสียที ประเทศยากจนก็บอกว่า กูยังไม่รวยเลยขอใช้น้ำมันก่อน พัฒนาก่อน มันยิ่งแย่ไปใหญ่ เกษตรกินทรีย์จะช่วยใน ๒ เรื่องใหญ่ๆ คือ อันแรก.เกษตรอินทรีย์เน้นการใช้อินทรีย์วัตถุ มันช่วยดูดซึมน้ำ มันจึงต้านทานต่อความแล้ง เมื่อเกิดน้ำท่วม น้ำก็ไม่ซะล้างผิวดินออกไป เพราะมันจะอุ้มน้ำ มันจะซึมน้ำ
อันที่สอง.มันเน้นเรื่องความหลากหลายของพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ เลยปรับตัวได้ อากาศเปลี่ยนแปลงก็ไม่เป็นรไร เราใช้พันธุ์พืชท้องถิ่น เช่น ข้าวหอมมะลิ อย่างการนำไก่เข้ามาเลี้ยง แค่ฟ้าร้องมันก็ตายแล้ว มันไม่ทนทาน เป็นระบบที่ไม่ได้ถูกสร้างมาจากพื้นที่
G : ต่างชาติอย่างยุโรปเขากล่าวหาว่า คนปลูกข้าวบ้านเราทำให้เกิดโลกร้อน ทำให้เกิดก๊าซมีเทน ข้อหานี้จะแก้อย่างไร?
โดยรวม ๗๐% ของการเกิดโลกร้อน เกิดขึ้นจากภาคอุตสาหกรรม ๑๒% เกิดจากภาคเกษตร แล้วภาคเกษตรที่ทำให้เกิดโลกร้อยคือภาคเกษตรเคมี เกษตรหักล้างทางพง เกษตรเชิงเดี่ยว ทำนาแบบเราก๊าซมีเทนก็มีแต่น้อย หากเทียบกับการที่เกษตรอินทรีย์ดูดซับคาร์บอนฯ ไม่ปล่อยก๊าซไนตรัสฯ ผลมันบวก แต่เกษตรเคมีต้องรับผิดชอบแน่นอน หากเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์มันลดไปได้เลย ตัวเลขการลดพลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ ๖๐% เกษตรอินทรีย์จึงมีส่วนช่วยโลก
G : ปัจจัยอะไรจะเป็นตัวกำหนดว่าเกษตรอินทรีย์จะรุ่งหรือจะร่วง เกษตรกร ข้าราชการ นักการเมืองและนโยบาย หรือทั้งสามส่วน?
หากพูดโดยรวมเกษตรอินทรีย์ดีหมดเลย แต่ทำไมมันผลักไม่ไป หากมองแง่ดีก็ไปแล้วหลายส่วน ทำระดับประเทศไม่ได้ แต่สุรินทร์เราเห็นว่ามันเกิดขึ้น
หนึ่ง.ราชการ อย่างกระทรวงพานิชย์ก็พยายามจัดงานทั้งในท้องถิ่นและส่วนกลาง ทั้งต่างประเทศ เคยคุยกับกระทรวงการคลังก็พูดว่า ไม่ไหวแล้วเกษตรเคมี มีอะไรให้ช่วยเพื่อปรับโครงสร้างการผลิต จะขอร่วมด้วยขอให้บอก มีแนวโน้มแบบนี้ มีบางกระทรวงที่หายไป มันปรับช้า หลายหน่วยงานก็ดี อย่างกรมพัฒนาที่ดินก็ใช้ได้ ราชการต้องรับผิดชอบตรงนี้
สอง.รัฐบาล ที่ผ่านมารัฐบาลเกรงใจพ่อค้า อย่างส่งผักไปยุโรปแล้วเขาตีกลับ รัฐบาลปล่อยให้พ่อค้าไปขึ้นทะเบียนสารเคมีทั้งหมด ๒๗,๐๐๐ กว่ารายการ ชื่อการค้าสารเคมีทั้งหมดของไทย มากที่สุดในโลก เวลายุโรปตีกลับเขาสุ่มตรวจ ปรากฎว่าเจอผักที่มีสารเคมีตกค้างจากเมืองไทยมากที่สุด อย่างจีนส่งออกมากกว่าไทย ๔๐ เท่า ตรวจเจอเมื่อปีที่แล้วตัวอย่างหนึ่ง ปีก่อนไม่เจอเลย ส่วนไทยเจอ ๕๕ ตัวอย่างเขาก็ตีกลับเพราะมันแย่มาก
ที่สำคัญคือ นโยบายส่งเสริมเรื้องปุ๋ยเรื่องสารเคมีของเรา มีมาในรูปแบบที่ดูแล้วจับไม่ติด อย่างนโยบายการประกันรายได้หรือจำนำ ๒๐,๐๐๐ บาท พูดแบบนี้ไปวิเคราะห์ตัวเงินดูว่ามันไปไหน ตัวเงิน ๑ ใน ๓ เข้ากระเป๋าพ่อค้าปุ๋ยกับสารเคมี บวกเมล็ดพันธุ์ด้วยประมาณ ๑๐% มากกว่าครึ่งไปหาบริษัท กลไกของราชการและนักการเมืองหรือรัฐบาลต้องจัดการเรื่องนี้เสีย หมายถึงจัดสรรทรัพยากรที่ไปส่งเสริมเรื่องเกษตรเคมี ให้ไปสู่เกษตรอินทรีย์ อย่างแรก หากยอมปรับเปลี่ยนนโยบายประกันรายได้ สินค้าเกษตรอินทรีย์ต้องจำนำในราคาสูงกว่าเกษตรทั่วไปเป็น ๓๐,๐๐๐ บาท เพราะเงินมันไม่ได้ออกนอกประเทศ ไม่ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลอย่างมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคอื่นๆ เนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมี
นอกจากนั้นยังเป็นการฟื้นฟูดิน ซึ่งระยะยาวมันเป็นการปรับระบบการเกษตรของประเทศ เพราะเกษตรแบบเคมีมันไปไม่รอดแล้ว ทั่วโลกกำลังปรับตัว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรแต่ปรับช้าที่สุด สวิตเซอร์แลนด์ตอนนี้พื้นที่เกษตรอินทรีย์ ๑๓% ลิกเตนสไตล์เกือบ ๔๐% สวีเดนตอนนี้ ๑๐% แต่บอกว่าในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าจะเพิ่มให้ได้ครึ่งหนึ่งของประเทศ อีก ๒๐ ปีข้างหน้า ๑๐๐% แต่เมืองไทยหาไม่มีสุรินทร์จะเท่ากับ ๐% มีสุรินทร์ในเมืองไทยไม่ถึง ๑% พี่น้องเรานอกจากบุกเบิกเรื่องนี้ ต้องมีการโวยวายให้มีการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายด้วย
G : สรุปสั้นๆ เกษตรอินทรีย์ดีอย่างไร?
เกษตรอินทรีย์ คือวิถีที่ถูกต้อง เพราะเป็นวิถีที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ ไม่ทำร้ายผู้บริโภค เป็นวิถีเกษตรแห่งธรรมมะ คือการทำบุญที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยที่สุด
--------------------------------
กฤษณา พาลีรักษ์ ถอดความและเรียบเรียงจากเวที “เกษตรอินทรีย์กับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากภาวะโลกร้อน” ในงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ณ ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์
|