พบบัวบก-ตะไคร้สะกดมะเล็งลำไส้ ทดลองได้ผลน่าทึ่งเตรียมพัฒนาเป็นยา,อาหารเสริม PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ไทยโพสต์   
วันจันทร์ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๒:%M น.

takraibuabokนักชีวเคมี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิจัยพบบัวบก ตะไคร้ มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ต่อยอดทำเป็นสารสกัดมาตรฐาน ปูทางสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชาบัวบก/ตะไคร้ และแคปซูล อาหารเสริมต้านมะเร็ง

ศ.ดร.อุษณีย์ วินิจเขตคำนวณ ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีข้อค้นพบทางการแพทย์ว่าบัวบกและตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่ยังขาดข้อมูลที่ชัดเจนถึงคุณค่าทางการแพทย์ และปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภค จึงสนใจขอทุนสนับสนุนจากโครงการสมองไหลกลับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากบัวบก ตะไคร้ ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง

ทั้งนี้ในงานวิจัยได้มีการทดสอบการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดจากบัวบกและ ตะไคร้ต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูขาว พบว่า สารสกัดจากบัวบกและตะไคร้มีฤทธิ์ป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ใหญ่ได้อย่างดี โดยกลุ่มหนูขาวที่ถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลังจากได้รับสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในอาหารประเภทปิ้ง-ย่าง ตรวจพบจำนวนเซลล์ก่อมะเร็งขนาดใหญ่ และมีเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะเป็นเซลล์ร้ายและลุกลาม ขณะที่ กลุ่มหนูขาวซึ่งได้รับสารสกัดจากใบบัวบกหรือตะไคร้ ไม่ว่าก่อนหรือหลังถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบจำนวนเซลล์ก่อมะเร็งลดลงถึง 60% โดยเซลล์มีขนาดเล็กกว่าและยังไม่เกิดการลุกลาม

จากการวิเคราะห์องค์ประกอบพบว่า ในสารสกัดบัวบกมีสารสำคัญอย่างน้อย 1 ตัว คือ กรดอะเซียติก (Asiatic acid) ที่อาจเป็นสารออกฤทธิ์ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดการทำลายตัวเอง ส่วนสารสกัดจากตะไคร้นั้น พบสารสำคัญคือ ซิทรอล (citral) ที่มีฤทธิ์หยุดวงจรการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นการค้นพบครั้งแรก สำหรับคุณสมบัติข้อนี้ของตะไคร้เลยทีเดียว

ศ.ดร.อุษณีย์กล่าวว่า ทีมวิจัยไม่เพียงพบหลักฐานสนับสนุนทางการแพทย์ถึง ฤทธิ์ต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่จากสารสกัดบัวบกและตะไคร้ แต่ยังสามารถสกัดสารที่นำมาทดสอบให้อยู่ในรูปสารสกัดมาตรฐานได้อีก ด้วย กล่าวคือใช้เทคนิค HPLC fingerprint ในการกำหนดและควบคุมสารที่สกัดจากบัวบกหรือตะไคร้ให้มีปริมาณความเข้มข้น ของสารสำคัญที่แน่นอน สม่ำเสมอ ปลอดภัยและได้มาตรฐานทุกครั้ง จึงเหมาะต่อการนำไปใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เนื่องจากสมุนไพรส่วน ใหญ่โดยธรรมชาติมักจะมีปริมาณสารสำคัญเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล

นอกจากนี้ เพื่อให้สามารถกำหนดปริมาณในการบริโภคสารสกัดจากบัวบกหรือตะไคร้สำหรับ ป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิผล ทีมวิจัยยังได้เจาะเลือดหนูขาวมาทำการศึกษา วัดอัตราและขอบเขตการออกฤทธิ์ของสารออกฤทธิ์ ภายหลังการป้อนสารสกัดมาตรฐานจากบัวบกหรือตะไคร้ โดยพบว่าหนูขาวสามารถดูดซึมสารสำคัญได้ในเวลา 10 นาที และเพิ่มปริมาณสูงสุดที่เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นสารสกัดจะค่อยๆ ลดลงจนกระทั่งหายไปจากเซรั่มภายใน 6 ชั่วโมง ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกนำไปใช้คำนวณสำหรับวางแผนวิจัยเชิงคลินิกในอาสาสมัคร สำหรับหาปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมในมนุษย์ต่อไป

ศ.ดร.อุษณีย์กล่าวว่า ขณะนี้งานวิจัยได้มีการทดลองนำสารสกัดจากบัวบกหรือตะไคร้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต้นแบบในรูปของชาบัวบก ชาตะไคร้ แคปซูลบัวบก และแคปซูลตะไคร้บ้างแล้ว ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่ามีความปลอดภัยดี โดยหลังจากนี้จะอยู่ในขั้นตอนของการเผยแพร่เทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน เพื่อนำไปต่อยอดผลิตเป็นอาหารเสริมสุขภาพทางเลือกใหม่ ที่จะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่อไปในอนาคต ดังนั้น ในขณะนี้จึงมีเพียง แค่ผลิตภัณฑ์ตัวอย่างเท่านั้น

ที่มา : ไทยโพสต์ 31 พฤษภาคม 2553

 

ความคิดเห็น  

 
0 #2 ลุงช้าง เมืองปาย 2010-06-29 15:06 ผมอายุก็มากโขอย ู่ นอกจากโรคปวดหลั ง แล้วไม่เคยเป็นโ รคอื่นเลยครับ เป็นคนชอบกินผัก ,ผลไม้ มาก ผักสด ผักดิบผมกินทุกอ ย่างเลยครับ คนที่ไม่ชอบผัก ลองดูนะครับ ยังไม่สายหรอกคร ับ อ้างอิง
 
 
0 #1 ทอม 2010-06-29 11:19 ไม่ทราบว่าทานเป ็นอาหารจะได้รับ สารที่ช่วยป้องก ันมะเร็งได้เท่า กับนำมาทำเป็นสา รสกัดไหมครับ อ้างอิง
 

เพิ่มความคิดเห็น

กรุณาใช้คำพูดสุภาพนะจ๊ะ

Security code
Refresh เมื่ออ่านยากเกินไป



Powered by Core Design
ความคิดเห็นต่างๆ
เรามี 112 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
link_head
why_food4change
จดหมายข่าวคนกินช้า
เราจะจัดส่งจดหมายข่าวให้แก่สมาชิก สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อสรุปรวมข่าวสารต่างๆ ที่สำคัญๆ ไม่ให้ท่านตกข่าวความเคลื่อนไหว เพื่อสร้างวิถีแห่งการกินเปลี่ยนโลก


กรุณาใส่ครั้งละ 1 อีเมลเท่านั้นนะจ๊ะ