ผักปลอดสารแม่ทา จ.เชียงใหม่ จ่ายก่อน กินทีหลัง ไม่เจ๋งจริง ทำไม่ได้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย food4change   
วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๐๗:%M น.

13292074231329207616lห่างออกไปจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 80 กิโลเมตร  เป็นที่ตั้งของ ต.แม่ทา กิ่ง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา ธรรมชาติโอบล้อม

ชาวแม่ ทาส่วนใหญ่ทำการเกษตร  แต่มีปัญหาที่ทำกิน  ราคาพืชผล ราคาปัจจัยการผลิต รวมถึงการใช้สารเคมีในการผลิตพืชเชิงเดี่ยว  ปัจจุบันจึงค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการผลิตพืชแบบผสมผสาน และยึดหลักการปลูกพืชด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ นั่นคือไม่ใช้สารเคมีตั้งแต่ต้น จนกระทั่งเก็บเกี่ยว

ด้วยความพยายามดังกล่าว ต.แม่ทา จึงเป็นชุมชนตัวอย่างในการเป็นศูนย์การเรียนรู้  โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.

ที่น่าสนใจคือ มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ชาวแม่ทาหันกลับมาทำการเกษตรอินทรีย์ หลังจากสำเร็จการศึกษา และคาดว่าจะไม่ประสบความสำเร็จกับอาชีพมนุษย์เงินเดือน

นายอาภากร เครื่องเงิน หรือ ต้น หนุ่มวัย 30 ปี  รวมกลุ่มกับเพื่อนอีก 4 คน  ปลูกผัก และทำการตลาดด้วยระบบที่เรียกว่า  CSA  หรือ  Community  Supported Agriculture โดยใช้ที่ดินดั้งเดิมของบรรพบุรุษ

พื้นที่กว่า 10 ไร่  ปลูกพืชผสมผสาน ทั้งไม้ผล พืชผัก สมุนไพรต่าง ๆ โดยมีการผลิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน  นั่นคือใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ไม่ใช้สารเคมี อีกทั้งเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองรุ่นต่อรุ่น  เพื่อลดการพึ่งพาบริษัทเมล็ดพันธุ์ และบริษัทสารเคมีการเกษตร

ในส่วนการตลาดนั้น  ระบบ CSA  คือระบบที่ผู้บริโภคช่วยสนับสนุนการผลิต โดยการจ่ายล่วงหน้า   หรือเป็นลักษณะของที่ผู้บริโภคมีพันธสัญญาในการซื้อล่วงหน้านั่นเอง

สำหรับกลุ่มของ ต้น  วางระบบขายผักบรรจุกล่อง ๆ ละ  200 บาท  และส่งให้ลูกค้าสัปดาห์ละ  1 กล่อง โดยมีเงื่อนไขให้ลูกค้าจ่ายล่วงหน้า 10  สัปดาห์ หรือ 2,000 บาท

13292074231329207569l13292074231329207512l13292074231329207725l

ต้น เล่าว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นชาวต่างชาติ อาศัยอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ และต้องการผักที่ผลิตด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมั่นใจได้ว่า ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน  ปัจจุบันมีสมาชิกราว 30  คน

ในบางโอกาส ลูกค้ากลุ่มนี้ ก็มาเยี่ยมชมถึงแปลงผักที่ ต.แม่ทา และได้รับความมั่นใจกลับไป

เกษตรกรรายนี้ บอกอีกว่า ครั้งแรกที่ลาออกจากงานบริษัท กลับมาทำการเกษตร  พ่อแม่และญาติ ๆ ยังงงกับการตัดสินใจของเขา  แต่พอมาถึงวันนี้  ทุกคนเห็นด้วย และมองเห็นอนาคตแล้วว่า นี่คือทางออก อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน ให้กับสถาบันครอบครัว เพราะไม่ต้องทิ้งถิ่นเข้าไปทำงานในเมือง

นี่เป็นอีกแง่มุมหนึ่งของชุมชนเข้มแข็ง ที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ  ท่ามกลางขุนเขา และความสงบเย็นของธรรมชาติ

ที่มา: มติชนออนไลน์   14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1329207423&grpid=03&catid=&subcatid=

 

 

เพิ่มความคิดเห็น

กรุณาใช้คำพูดสุภาพนะจ๊ะ

Security code
Refresh เมื่ออ่านยากเกินไป



Powered by Core Design
ความคิดเห็นต่างๆ
เรามี 108 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
link_head
why_food4change
จดหมายข่าวคนกินช้า
เราจะจัดส่งจดหมายข่าวให้แก่สมาชิก สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อสรุปรวมข่าวสารต่างๆ ที่สำคัญๆ ไม่ให้ท่านตกข่าวความเคลื่อนไหว เพื่อสร้างวิถีแห่งการกินเปลี่ยนโลก


กรุณาใส่ครั้งละ 1 อีเมลเท่านั้นนะจ๊ะ