ปลาหรือสิ่งปนเปื้อน? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ประชาไท 3 ธ.ค. 52   
วันเสาร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๓:%M น.

fish_toxicวารสารข่าว Food Facts Asia 36
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชีย (AFIC)

วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไรเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างมลภาวะจากน้ำมือ มนุษย์กับสารปรอทที่พบในปลา และสาธารณชนควรวิตกกังวลต่อผลกระทบด้านสุขภาพจากการรับประทานปลาหรือไม่ บทความนี้เสนอการค้นพบซึ่งแสดงในการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปนเปื้อน สารพิษปรอทเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งผลลัพธ์ทำให้อุ่นใจขึ้นมาก

ปลาดีต่อสุขภาพหรือเป็นเพียงขยะมีพิษ?

จากการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปนเปื้อนสารพิษปรอท ครั้งที่ 8 (the 8th International Conference on Mercury as a Global Pollutant - ICMGP) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซิน, สหรัฐอเมริกา มีสัญญาณเตือนภัยบางประการเกี่ยวกับการพบปลาที่ปนเปื้อนสารปรอท โดยมีหลายเสียงที่ชูประเด็นของภัยนี้ ด้วยความวิตกกังวลใน 2 กรณีหลักๆ กรณีแรกคือมลภาวะอุตสาหกรรมจากฝีมือมนุษย์โดยการทิ้งสารปรอทลงในมหาสมุทร และกรณีที่สองคือ อันตรายจากจำนวนประชากรปลาทั่วโลกที่ลดลง ความกังวลเหล่านี้ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากเรียกร้องให้หยุดการรับประทานปลา ความวิตกกังวลประการแรกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ซึ่งยังคงจดจำความน่า สะพรึงกลัวของปรอทเป็นพิษขนาดมหึมาในเมืองมินามาตะ ประเทศญี่ปุ่น กรณีเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข แต่วิทยาศาสตร์ว่าอย่างไรบ้างเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกันระหว่างมลภาวะจากน้ำ มือมนุษย์และสารปรอทที่พบในปลา และสาธารณชนควรวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพจากการรับประทานปลาหรือ ไม่ บทความนี้มองไปที่การค้นพบซึ่งแสดงในการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปน เปื้อนสารพิษปรอท ครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นที่ เมืองกุ้ยหยาง ประเทศจีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และผลลัพธ์นั้นทำให้อุ่นใจอย่างมาก


มลภาวะจากมนุษย์เป็นสาเหตุของการปนเปื้อนสารปรอทในปลา?

ขณะที่ความพยายามต่างๆ ต้องดำเนินต่อไปเพื่อจำกัดมลภาวะสารปรอทที่กำเนิดจากมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ 2 กลุ่มได้นำเสนอหลักฐานในการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปนเปื้อนสารพิษปรอท ครั้งที่ 9 ซึ่งระบุว่า สารปรอทที่พบในปลานั้นมาจากแหล่งธรรมชาติมากที่สุด

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มแรกนำโดย ดร.โจเอล บรัม (Dr. Joel Brum) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐ ได้ศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับฝูงปลาอพยพนอกชายฝั่งว่า อาจไม่ได้รับมลพิษทางชายฝั่งได้ตรง แต่น่าจะเกิดจากการที่ปลาได้รับอาหารจากบริเวณชายฝั่ง ผลปรากฎว่าสารปรอทในพื้นที่บริเวณชายฝั่งไม่ใช่ชนิดเดียวกับสารปรอทที่มาจาก แหล่งธรรมชาตินอกชายฝั่ง และผู้เขียนสามารถระบุว่า สารปรอทที่พบในฝูงปลานอกชายฝั่ง เช่น ปลาทูน่า มีความสอดคล้องกับมลภาวะจากแหล่งธรรมชาติ ขณะที่ปลาบริเวณชายฝั่ง เช่น ปลากะพง ปลาหัวหิน (drum) และปลาเทราท์ มีสารปรอทซึ่งสามารถเป็นไปได้ว่ามาจากมลพิษทางชายฝั่ง

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มที่สอง นำโดย ดร. เมลานี วิธ (Dr. Melanie Witt) จากมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ได้ ตรวจสอบหาความจริงเกี่ยวกับความสำคัญของปริมาณสารปรอทจากภูเขาไฟและพลังงาน ความร้อนใต้พิภพรวมทั้งหมดทั่วโลก โดยมองไปที่การประทุจากภูเขาไฟ, ช่องระบายความร้อนใต้พิภพของเปลือกโลก (geothermal vent), บ่อไอน้ำ (fumaroles) หรือ น้ำพุร้อน (hot spring) ในประเทศนิคารากัว, อิตาลี, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ และฮาวาย พบว่าระดับสารปรอทบางชนิดในอากาศรอบๆภูเขาไฟมีค่าสูงกว่าที่ภาคอุตสาหรรม ปล่อยออกมาหลายเท่า พวกเขาเสนอแนะว่า แหล่งธรรมชาติเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการได้รับสารปรอททั่วโลก


สารปรอทที่พบในปลาเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่?

แน่นอนว่าคำถามนี้สำคัญที่สุด ไม่ว่าสารปรอทจะเข้าไปอยู่ในตัวปลาได้อย่างไร เราต้องการทราบว่าปลานั้นปลอดภัยพอที่จะรับประทานหรือไม่ ความสำคัญของคำถามเพิ่มเป็น 2 เท่าหากปลานั้นไม่ปลอดภัยต่อการรับประทาน แม่และเด็กย่อมต้องขาดแหล่งสำคัญของกรดไขมัน เช่น โอเมก้า-3 ซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์และสมองของเด็กปฐมวัย ประเด็นที่ได้จากการประชุมระหว่างประเทศเรื่องการปนเปื้อนสารพิษปรอท ครั้งที่ 9 มีความชัดเจน: การรับประทานปลามีความปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

ในการประชุม ICMGB ครั้ง ที่ 9 มีการนำเสนองานศึกษาที่ตรวจสอบว่า มีผลด้านความเจ็บป่วยใดๆที่สังเกตได้ในกลุ่มประชากรที่รับประทานอาหารและมี ปลารวมอยู่ด้วย โดยให้ความสนใจเจาะจงในสตรีมีครรภ์และเด็กปฐมวัย ข่าวดีคือ งานศึกษาทั้งหมดแสดงผลว่า สารปรอทที่พบในปลาไม่มีความสัมพันธ์กับปัญหาด้านสุขภาพในเด็ก และมีเพียงงานศึกษาเดียวที่กล่าวว่า เนื้อปลาวาฬและเนื้อที่ไม่ใช่ปลาเป็นแหล่งที่มาของสารปรอท

งานศึกษาโดย ดร.จงฮ่วย หยาน (Dr.Chonghuai Yan) จากโรงพยาบาลซินหัว มองถึงความสัมพันธ์ระหว่างการได้รับสารปรอทในสตรีมีครรภ์ที่อาศัยอยู่ในเกาะ โจวซาน (Zhoushan) และพัฒนาการของเด็กเหล่านี้หลังคลอด งานศึกษานี้ได้พิสูจน์ว่า ?การได้รับสารปรอทในระดับต่ำก่อนคลอดไม่มีผลกระทบนัยสำคัญต่อพัฒนาการของ ทารก?

อีกงานศึกษาหนึ่งซึ่งนำเสนอโดย Dr.Lamia Chanoufi จากโรงพยาบาลในเมืองอูดิเน่ (Udine) ประเทศอิตาลี โดยพิจารณาจากหญิงมีครรภ์และเด็กๆหลังคลอดในแคว้นปกครองตนเองชื่อว่า ฟรีอูลี-เวเนเซียจูเลีย (Friuli Venezia Giulia) ระหว่างปี พ.ศ. 2542 ? 2544 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แคว้นนี้ได้รับมลพิษอย่างมีนัยสำคัญจากเหมืองแร่ปรอทในประเทศสโลวาเนีย Dr.Lamia ไม่พบความเชื่อมโยงใดๆระหว่างการได้รับสารปรอทช่วงเริ่มแรกหรือระหว่างการ ตั้งครรภ์ กับพัฒนาการทางสมองและพฤติกรรมในเด็กอายุระหว่าง 6 ? 9 ปี

งานศึกษาที่รายงานโดย ดร.เจ.เจ. เสตรน (Dr.J.J. Strain) จากมหาวิทยาลัยอัลสเตอร์ (University of Ulster) ไอร์แลนด์เหนือ ได้ค้นหาความจริงเกี่ยวกับผลกระทบจากการได้รับสารปรอทในครอบครัวที่อาศัยบน เกาะเซเชลส์ (Seychelles) และผลที่ได้คล้ายคลึงกับงานศึกษาก่อนๆคือ ดร.เสตรนไม่สามารถแสดงความสัมพันธ์ใดๆระหว่างสารปรอทในอาหารที่หญิงมีครรภ์ รับประทานกับสุขภาพของเด็กๆ เขายืนยันว่า ถึงแม้ว่าสารปรอทอาจมีปรากฏอยู่ที่ระดับค่าต่ำ แต่การรับประทานปลาก็เป็นแหล่งที่ดีของกรดไขมันซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการทาง สมอง

มีหนึ่งงานศึกษาที่แสดงถึงผลกระทบตรงข้ามที่ควรได้รับการกล่าวถึง เนื่องจากข้อเท็จจริงในกรณีนี้ที่ว่า แหล่งที่มาของสารปรอทคือ สัตว์ที่ไม่ใช่ปลา และปลาวาฬนำร่อง (pilot whales) ที่ถูกนำไปรับประทานโดยชาวเกาะแฟโร (Faroe) เหตุผลว่าทำไมงานศึกษานี้จึงมีความสำคัญ นั่นเพราะว่า วิทยาศาสตร์อุบัติใหม่บางอย่างชี้ถึงส่วนประกอบของปลาที่ให้ประโยชน์อื่นๆ มากกว่า นั่นคือ เซเลนียม และบทบาทของเซเลเนียม คือ ช่วยลดผลกระทบต่างๆของการเจ็บป่วยจากสารปรอทให้น้อยลง มีความเชื่อที่เกิดขึ้นใหม่ในบรรดานักวิทยาศาสตร์ว่า เซเลเนียม ซึ่งเป็นสารอาหารรองที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยแท้จริงทำหน้าที่ ?ขจัด? สารปรอทซึ่งปนเปื้อนอยู่ และยังคงเหลือเซเลเนียมเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

ดร.นิโคลัส รัลสตัน (Nicholas Ralston) จากมหาวิทยาลัยนอร์ธ ดาโกต้าได้ศึกษาคำถามนี้และได้พัฒนาแผนภาพด้านล่างซึ่งแสดงให้เห็นว่า ปลาส่วนมากมีเซเลเนียมมากกว่าสารปรอทอย่างไร หมายเหตุ, อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นที่สำคัญประการหนึ่งของปลาวาฬนำร่องคือ มีเซเลเนียมน้อยกว่าสารปรอทจึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ความจริงนี้ได้อธิบายถึงสาเหตุว่า ทำไมประชากรในเกาะแฟโร (Faroe) จึงดูเหมือนทุกข์ทรมานจากผลกระทบของสารปรอทจากการรับประทาน ซึ่งต่างจากการศึกษาในกลุ่มประชากรอื่นๆ และไม่ว่าสาเหตุจะมาจากสารปรอทมีมากเกินไป หรือเซเลเนียมน้อยเกินไปจะยังไม่ชัดเจน แต่สำหรับพวกเราซึ่งไม่ได้รับประทานปลาวาฬน้ำร่อง, ความหมายที่ชัดเจนคือ: ปลาดีต่อคุณและ ?ไม่? ใช่สิ่งคุกคามต่อสุขภาพ

ยังคงวิตกใช่ไหม?

ในขณะที่ข้อมูลทั้งหมดทำให้เราเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ความจริงที่ว่า ผลกระทบที่เป็นอันตรายสามารถเกิดขึ้นได้หากคุณได้รับสารปรอทมากเกินไป ดังนั้นคุณสามารถทราบได้ว่าปลาที่คุณรับประทานนั้นจะเป็นสาเหตุของปัญหาหรือ ไม่ หาคำตอบได้จาก www.howmuchfish.com เว็บไซต์นี้ยังมีเครื่องมือให้คุณคำนวณว่า คุณสามารถรับประทานประเภทของปลาตามรายการที่ให้มานั้นได้มากน้อยเพียงใด โดยที่ไม่เกินค่าจำกัดด้านความปลอดภัยของสารปรอท

เอกสารอ้างอิง :
  1. Blum, Joel D.;? Senn, David B.;? Chesney, Edward J.;? Shine, James P., ?Mercury Isotope Evidence for Contrasting Pathways of Mercury into Coastal versus Offshore Marine Fisheries Foodwebs?, paper S08-02 presented at the 9th ICMGP, June, 2009
  2. Witt, Melanie L.I.;? Mather, Tamsin A.;? Pyle, David M.,;? Aiuppa, Alessandro;? Bagnato, Emmanuela, ?Mercury Emissions Associated with Volcanoes and Geothermal Sources?, paper S14-02 presented at the 9th ICMGP, June, 2009
  3. Yan, Chonghuai;? Gao, Yu;? Wang, Yu;? Zhang, Hong;? Yu, Xiaodan;? Xu, Jian;? Shen, Xiaoming, ?Prenatal low levels mercury exposure on infant development:? a prospective study in Zhoushan Islands, China?, paper S01-04 presented at the 9th ICMGP, June, 2009
  4. Chanoufi, Lamia;? Parpinel, Maria;? Valent, Francesca;? Catiglione, Francesca;? Tognin, Veronica;? Tratnik, Janja;? Horvat, Milena;? Daris, Fulvio;? Barbone, Fabio, ?Prenatal and postnatal exposure to methylmercury and neurodevelopment functioning in 7-year-old children of a coastal Northern Italian population.
  5. Strain J.J., ?Potential benefits of maternal fish consumption to fetal and child development?, paper S02-07 presented at the 9th ICMGP, June, 2009.
  6. Weih, Pal, Grandjean, Philippe, Murata, Katsuyuki;? Debes, Frodi;? Ludvig, Arni;? Steuerwald, Ulrike;? Budtz-Joergensen, Esteban;? Choi, Anna L., ?Methylmercury and the fetal brain;? The Faroe Island Studies?, presented at the 9th ICMGP, June, 2009


........................................................................
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลด้านอาหารแห่งเอเชีย? www.afic.org
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชียเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์? มีพันธะกิจเพื่อสื่อสารข้อมูลพื้นฐานในแง่มุมวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความ ปลอดภัยด้านอาหาร, โภชนาการ และสุขภาพไปสู่สื่อมวลชน, ผู้ดูแลมาตรฐาน, ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและอาหาร และผู้บริโภคในภูมิภาคเอเซีย

 

ความคิดเห็น  

 
0 #5 ป้านิ 2009-12-15 23:22 อยากรู้จักปลา pollock ซึ่งเป็นปลาทะเล มีหลายพันธุ์ ที่อยู่ในทะเลเห นือแปซืฟิก และแอตแลนติก เข้าไปดูเพิ่มเต ิมได้ที่นี่เลย http://en.wikipedia.org/wiki/Alaska_pollock

ส่วนมาตราเปรียบ เทียบน้ำหนักจาก กรัม กิโลกรัม เป็นออนซ์และปอน ด์ เป็นดังนี้ค่ะ
1 กรัม = 1/1000 กก. หรือ 0.001 กก.
1 กรัม = 0.035 ออนซ์
1 กรัม = 0.0022 ปอนด์

ลองคูณดูนะจ๊ะ
อ้างอิง
 
 
0 #4 ป้านิ 2009-12-15 23:17 ป้านิก็ตึ๊บเรื่ องภาษาอังกฤษ แต่ศจินทร์ช่วยใ ห้เราเข้าใจได้ว ่า

ถามว่าสำหรับปลา หรือ กุ้ง หรือ แซลมอน หรืออะไรก็แล้วแ ต่ที่ต้องการจะ หาคำตอบเรื่องสา รพิษ ในกรณีนี้คือ ปลาที่ชื่อ pollock เขาถามว่าในแต่ล ะครั้งที่กิน (จากการเสริฟหนึ ่งที่) กินปลาเป็นจำนวน เท่าใด ซึ่งก็จะมีคำตอบ ให้เลือกเป็นลัก ษณะการกินและน้ำ หนัก (ออนซ์) เช่น หากกินเป็นลักษณ ะอาหารเรียกน้ำย ่อยก็คิดเป็นประ มาณ 3 ออนซ์ หากกินเป็นมื้อก ลางวันก็ประมาณ 6 ออนซ์ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งน ั้น เขาตั้งเกณฑ์นี้ บนพื้นฐานของการ กินของฝรั่ง ของบ้านเราอาจจะ ไม่เหมือนกัน
อ้างอิง
 
 
0 #3 food4change 2009-12-15 20:52 ไปดูที่ี www.howmuchfish.com มาแล้วครับ สวยมากเลยครับ

แต่ปัญหาเรื่องภ าษา และวิทยาศาสตร์ย ังเป็นข้อจำกัด คือไม่รู้ว่า น้ำหนักตัวเราที ่เป็นกิโลกรัม (kg) จะแปลงไปเป็นปอน ด์ (lbs) ได้อย่างไร แล้วเจ้าปริมาณอ าหารที่ว่า pollock do you eat in a single serving? นี่หมายถึงที่เร ากินต่อคนต่อวัน หรือยังไง แล้วถ้าหามาได้จ ะแปลงจากกรัม (g) ไปเป็นออนซ์ (oz) ได้ยังไง โอ้ย..เง็ง
อ้างอิง
 
 
0 #2 ป้านิ 2009-12-15 03:17 ถ้ายังมีแหล่งน้ ำธรรมชาติที่สะอ าด ก็อาจจะกินแบบคน อีสานบ้างก็ได้ ลูกฮวก ปลาข่อน แมลงอย่างหนอนไห ม รถด่วน ฯลฯ ก็ยังพออาศัยได้ อยู่แหละ แซ่บด้วย อ้างอิง
 
 
0 #1 ลูกยายเนียน 2009-12-15 03:13 กินปลาเลี้ยงก็ก ลัวฮอร์โมนกับหั วอาหารข้นที่ผสม ให้ปลากิน แถมเนื้อไม่อร่อ ยอีกต่างหาก สงสัยต้องหันไปก ินสารพัดถั่วพื้ นบ้านอย่างที่ตุ ๊กกี้เคยชวนไว้แ ล้วแหละ อ้างอิง
 

เพิ่มความคิดเห็น

กรุณาใช้คำพูดสุภาพนะจ๊ะ

Security code
Refresh เมื่ออ่านยากเกินไป



Powered by Core Design
ความคิดเห็นต่างๆ
เรามี 104 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
link_head
why_food4change
จดหมายข่าวคนกินช้า
เราจะจัดส่งจดหมายข่าวให้แก่สมาชิก สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อสรุปรวมข่าวสารต่างๆ ที่สำคัญๆ ไม่ให้ท่านตกข่าวความเคลื่อนไหว เพื่อสร้างวิถีแห่งการกินเปลี่ยนโลก


กรุณาใส่ครั้งละ 1 อีเมลเท่านั้นนะจ๊ะ