|
การทำนาอินทรีย์นั้นแม้ต้นทุนจะต่ำลงเพราะไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมี ซื้อยาฆ่าแมลง แต่ต้องใช้ความใส่ใจอย่างเข้มข้น ตั้งแต่เริ่มคัดพันธุ์ข้าว ตกกล้า ดำนากีบเดียว(ต้นเดียว) บำรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพ ไม่ฆ๋าแมลงแต่ให้แมลงควบคุมกันเอง ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว และสีในโรงสีขนาดเล็กของครัวเรือน กว่าจะออกมาเป็นข้าวคุณภาพเยี่ยม
แต่หากข้าวอินทรีย์ต้องขายรวมกับข้าวอื่นๆ ในโรงสีนอกจากจะถูกกดราคาแล้ว คนกินก็ไม่มีโอกาสได้กินข้าวที่มีประโยชน์ ปลอดภัย และเป็นธรรม
กินเปลี่ยนโลกจึงอยากชวนคุณมาอุดหนุนคนทำนาอินทรีย์ ชวนคุณเปลี่ยนมากินข้าวที่ปลูกด้วยความใส่ใจต่อคนที่จะกิน ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม ใส่ใจต่อวิถีชีวิตที่มีศักดิ์ศรีและเท่าเทียม
กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน บ้านบุ่ง ต.โนนกาเล็น อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี ได้เปลี่ยนวิถีการทำนา จากการปลูกข้าวหลายกีบต่อจับ มาเป็นการปลูกข้าวกีบเดียว การดำนาที่แต่ก่อนดำถี่ก็เปลี่ยนเป็นดำห่างประมาณ 25-30 ซม. เปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมีมาเป็นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ ที่ทำเองในครัวเรือน เปลี่ยนการใช้เมล็ดพันธุ์ที่แต่ก่อนใช้พันธุ์ส่งเสริม เช่น ข้าวเหนียว แต่เดิมปลูกและกิน กข.6 เปลี่ยนมาเป็นปลูก ดอหอม ดอแผ่ หอมสามกอ ไว้กิน เป็นต้น ข้าวเจ้า แต่เดิมปลูก มะลิ15 มะลิ105 เปลี่ยนมาปลูกโสมาลีและมะลิแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ทำแปลงศึกษา ข้าวพื้นบ้านชนิดอื่นๆ มากมาย หวังว่าปีหน้าจะได้พันธุ์ขยายเยอะขึ้น เพิ่มทางเลือกให้ทั้งคนปลูกข้าวคนกินข้าว
กลุ่มทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เองในครัวเรือน การทำปุ๋ยจะเพิ่มปริมาณโดยการเก็บเศษใบไม้ในหมู่บ้าน มาใส่ในคอกวัว ผสมแกลบและน้ำหมักจุลินทรีย์ ให้วัวฉี่และขี้วัวได้ผสมกันในคอกเลย โดยแบ่งสัดส่วนของคอกวัวเพื่อไม่ให้คอกร้อนเกินไป ซึ่งวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์แบบง่ายนี้ได้ขยายไปเกือบทั้งหมู่บ้าน จนใบไม้แห้งในหมู่บ้านไม่มีให้เห็นรกหูรกตา
คนทำนาเข้มข้น คนปลูกข้าวอินทรีย์
1. แม่สั้น นางทองมวย มีสง่า
แม่สั้นมีที่นา 19 ไร่ เริ่มปลูกข้าวพื้นบ้านและปรับเปลี่ยนวิถีการทำนาจากเคมีเป็นอินทรีย์และปลูกข้าวดำต้นเดียว มา 3 ปีแล้ว ปีแรกเริ่มทดลองใช้วิธีการดำนาต้นเดียวลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงเปลี่ยนเป็นใช้ปุ๋ยอินทรีย์แต่ยังซื้อใช้ไม่ผลิตเอง ยังไม่เปลี่ยนแปลงเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ ปีที่สองทำปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพใช้เอง ใช้พันธุ์ข้าวพื้นบ้านเพื่อปลูกไว้กิน แต่ยังใช้พันธุ์ส่งเสริมปลูกไว้ขายอยู่ (ยังไม่เห็นตลาดด้วย) ปีที่ 3 ปรับมาใช้พันธุ์ข้าวพื้นบ้านทั้งหมด โดยปลูกข้าวหอมสามกอไว้กิน และปลูกโสมาลีและข้าวก่ำดอไว้ขาย แม่สั้นจะแบ่งที่นาให้โครงการฯ ทำแปลงศึกษาข้าวพื้นบ้านเพื่อให้ชุมชนและชุมชนอื่นได้มาศึกษาดูงานและเพื่อให้กลุ่มคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ตัวเองสนใจเป็นเมล็ดพันธุ์ใช้ขยายปลูกในนาของแต่ละคน
2. แม่ตู้ นางฉลวยศรี ปุณประวัติ
แม่ตู้เริ่มทดลองปลูกข้าวพื้นบ้านโดยใช้เทคนิคดำต้นเดียวในนาแล้งปี 2550 โดยเริ่มทดลองจากการปลูกข้าวหอมทุ่ง หลังจากนั้นนาปีแม่ตู้ใส่ข้าวดอหอม ปีต่อมาใส่หอมสามกอ แม่ตู้เป็นผู้ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คนสำคัญของหมู่บ้าน เพราะข้าวของแม่ตู้นอกจากจะกินแล้ว ชาวบ้านที่เห็นแปลงนาของแม่ตู้มักจะขอซื้อและแบ่งเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปปลูกต่อเป็นจำนวนมาก แม่ตู้มักจะบอกว่าตัวเองเป็นคนขี้เกียจ ไม่ชอบทำนา แต่ตอนนี้เปลี่ยนวิธีการทำนา แม่ตู้บอกว่าทำง่ายกว่าเดิมคนขี้เกียจอย่างแม่ตู้ก็ทำได้ ที่บ้านของแม่ตู้นอกจากจะมีข้าวพื้นบ้านแล้วแม่ตู้และแม่สั้นแทบจะไม่ต้องซื้อผักกินเลย เพราะทำสวนครัวในบ้านมีผักแทบทุกชนิดที่ต้องใช้ในครัวอยู่หลังบ้าน
3. แม่เจี๊ยบ นางประไพศรี สารีอาจ
แม่เจี๊ยบมีที่นา 23 ไร่ เป็นสมาชิกกลุ่มเรียนรู้การทำนากับกลุ่มมาตั้งแต่ต้น ทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง แต่เนื่องจากนาของแม่เจี๊ยบจะทำอะไรต้องได้รับการเห็นชอบจากหลายคนในครอบครัว จึงเริ่มต้นปลูกข้าวพื้นบ้านช้ากว่าคนอื่น แต่ในปีนี้แม่เจี๊ยบปลูกข้าวโสมาลีมาให้เรากินกัน
4.แม่ไก่ นางพนมไพร ไตรรัตน์
แม่ไก่มีที่นา 30 ไร่ สนใจเรียนรู้การเก็บข้อมูลลักษณะสายพันธุ์ มีลูกชายเรียนมหาวิทยาลัย แม่ไก่ให้ลูกชายเข้ามาเรียนรู้งานของกลุ่ม ลูกชายแม่ไก่บอกว่า เรียนจบจะกลับมาทำเกษตรที่บ้าน ปีนี้แม่ไก่ทดลองปลูกปลูกข้าวโสมาลีให้เรากินเหมือนกัน
5.แม่ป้อม
แม่ป้อมปลูกข้าวโสมาลีให้เราในปีนี้ ปีก่อนๆ ปลูกข้าวพื้นบ้านเฉพาะเก็บไว้กิน ปีนี้แม่ป้อมอวดนากับพวกเราอย่างภาคภูมิใจ นางามแบบไม่ใช้สารเคมีเลย แม่ป้อมใช้วิธีค่อยๆ ลดการใช้สารเคมีลงเพราะตอนแรกยังไม่แน่ใจ ทดลองลดลงเรื่อยๆ จนในปีนี้ไม่ใช้เคมีในแปลงนาเลย ใช้วิธีการใส่น้ำหมักจุลินทรีย์ทั้งใส่ในแปลงและฉีดทางใบ สามีแม่ป้อมเป็นเซียนเก็บหอยเชอร์รี่ส่งขาย ตอนแรกก็ไม่มั่นใจในน้ำหมักสูตรหอยเชอร์รี่ของตัวเอง แต่นาปีนี้แม้แต่สามีแม่ป้อมยังเอ่ยปากอย่างภูมิใจ |
ความคิดเห็น
กรุณาโทรติดต่อ คุณคณิสร บุณยประสิทธิ์ ๐๘๖ ๐๐๔๙๘๑๔ อ้างอิง
RSS feed for comments to this post.